Browsed by
ผู้เขียน: drthavorn

ขอแสดงความยินดีนักศึกษาจบหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นรุ่น 1/2558

ขอแสดงความยินดีนักศึกษาจบหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นรุ่น 1/2558

ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาจบหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นรุ่น 1/2558

Posted by ดร.ถาวร งามตระกูลชล on 2015年4月18日

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 42

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 42

เรียนภาษาญี่ปุ่นกับ www.tokyojuku.com
BY Dang Sensei (ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士)

ภาษาญี่ปุ่นการใช้คำจากรากศัพท์甘いAmai (หวาน/อ่อนหัด)
甘やかす (amayakasu)“ตามใจ”
甘えん坊 (amaembou) “ขี้อ้อน”

ช่วงเริ่มต้นของปี ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปโอซาก้าและแวะเข้าโตเกียวเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนที่ญี่ปุ่น ระหว่างเดินคุยกับเพื่อนผ่านสวนสาธารณะเล็กๆใกล้ๆที่พัก เห็นเด็กเล็กชาวญี่ปุ่นหกล้มในสวน คุณแม่ซึ่งยืนอยู่ใกล้กำลังพยายามบังคับให้ลูกลุกขึ้นด้วยตัวเองโดยคุณแม่ยืนรอจนกว่าลูกจะลุกขึ้นได้ เพื่อนชาวญี่ปุ่นสนทนากับผู้เขียนว่าเคยเห็นในสังคมไทย เมื่อเห็นลูกหกล้มลงในลักษณะนี้ คุณแม่จะรีบเข้าไปประคองและอุ้มเด็กขึ้นมาทันที เพื่อนชาวญี่ปุ่นเห็นว่าสังคมไทยเลี้ยงลูกแบบตามใจมากเกินไปซึ่งแตกตรงจากสังคมญี่ปุ่นที่เลี้ยงลูกแบบเข้มงวด ฝึกให้ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุดตั้งแต่เด็ก เพื่อนตั้งคำถามว่า 甘やかされて育った子供の性格と厳しく育てられた子供の性格とはどう違うのですか。Amayakasarete sodatta kodomo no seikaku to kibishiku sodate rareta kodomo no seikaku to wa dou chigau no desuka. (อุปนิสัยของเด็กที่เลี้ยงดูโดยถูกตามใจและอุปนิสัยเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดมีความแตกต่างกันอย่างไร) ดูเหมือนเพื่อนต้องการเปรียบเทียบอุปนิสัยของเด็กสองกลุ่ม ผลการพูดคุยสรุปได้ว่า เด็กที่ถูกตามใจจะมีนิสัย わがまま(wagamama) “เอาแต่ใจตนเอง” ส่วนเด็กที่เลี้ยงมาอย่างเข้มงวดจะมีนิสัย 我慢ができる。 (gaman ga dekiru) “สามารถอดทนต่อสิ่งที่พบเจอได้” การสนทนาข้างต้นทำให้นึกถึงสำนวนที่น่าสนใจนำมาพูดคุยกันในครั้งนี้ สำนวน 甘やかす (amayakasu) ซึ่งแปลว่า “ตามใจ” นอกจากสำนวนดังกล่าวแล้วยังมีสำนวนที่มาจากรากศัพท์เดียวกันที่น่าสนใจนำมาเรียนรู้ร่วมกัน นั้นคือสำนวน 甘えん坊(amaembou) ซึ่งแปลว่า “ขี้อ้อน” ลองดูตัวอย่างการใช้ต่อไปนี้

ภาษาญี่ปุ่น2ตัวอย่างที่ 1 สำนวน甘やかす แปลว่า“ตามใจ”

若い親はしばしば子どもを甘やかします。
Wakai oya wa shibashiba kodomo o amayakashimasu.
พ่อแม่วัยหนุ่มสาวมักจะตามใจลูกๆ

社員を甘やかすことと満足させることは明らかに違います。
Shain o amayakasu koto to manzoku saseru koto wa akiraka ni chigaimasu.
การตามใจพนักงานกับการทำให้พนักงานเกิดความพึงพอใจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

消費税率がこんなに低いのは、国民を甘やかすことになります。経済が厳しくても10%に上げるべきです。
Shōhizei-ritsu ga konnani hikui no wa, kokumin o amayakasu koto ni narimasu. Keizai ga kibishikute mo 10-pāsento ni agerubeki desu.
อัตราภาษีบริโภค(VAT)ที่อยู่ในระดับต่ำเช่นนี้ถือว่าเป็นการตามใจประชาชน ซึ่งแม้ว่าเศรษฐกิจจะเข้มงวดก็ควรต้องปรับเพิ่มขึ้นไปที่ 10%

ตัวอย่างที่ 2 สำนวน甘えん坊แปลว่า“ขี้อ้อน”

彼は寂しがりやで泣き虫で甘えん坊です。
Kare wa sabishigariya de nakimushi de amaenbō desu.
เขาเป็นคนขี้อ้อนซึ่งขี้เหงาและขี้แย

我が家の白猫ユキちゃんは、とても甘えん坊なネコさんです。
Wagaya no shironeko yukichan wa, totemo amaenbō na neko-san desu.
เจ้ายูกิแมวสีขาวของบ้านเราเป็นแมวที่ขี้อ้อนมากๆ

甘えん坊な彼女の7つの特徴
Amaenbō na kanojo no 7tsu no tokuchō
ลักษณะเด่น 7 ประการของเธอ (แฟนหญิง) ที่มีนิสัยขี้อ้อน

สำนวนทั้งสองมาจากรากศัพ์เดียวกัน คือคำว่า 甘い (amai) ”หวาน (รสชาติ)” หรือ “อ่อนหัด (การกระทำ)” เช่นตัวอย่างประโยคว่า 甘いお菓子(amai okashi) “ขนมหวาน” และ キャンセル規定が甘い。(Kyanseru kitei ga amai) “ระเบียการยกเลิกมีความหละหลวม(ไม่เข้มงวด)” หรือจากรากศัพท์คำว่า 甘える (amaeru) ซึ่งแปลว่า “อ้อน” เช่นตัวอย่างประโยค 私は彼女に甘えるつもりです。(Watashi wa kanojo ni amaeru tsumori desu.) “ฉันตั้งใจที่จะอ้อนเธอ” มาสนุกกับสำนวนภาษาญี่ปุ่นเหล่านี้ และอย่าลืมทดลองใช้ดู แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com ครับ

(หมายเหตุ- ภาพประกอบถ่ายจากบนรถไฟชินกันเซ็นขณะวิ่งผ่านฟูจิด้วยกล้องมือถือIPHON6+)

ขอแสดงความยินดีご卒業おめでとう

ขอแสดงความยินดีご卒業おめでとう

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 41

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 41

เรียนภาษาญี่ปุ่น กับ www.tokyojuku.com
By Dang Sensei (ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士) ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

FUYUการใช้สำนวนสแลงเกี่ยวกับผู้ชาย
イケメン (Ikemen) “ผู้ชายที่หน้าตาดี”
イクメン (Ikumen) “ผู้ชายที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูก”

หลังฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่นจะเป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นทุกคนได้สนุกสนานกับการเล่นหิมะโดยเฉพาะการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดตามภูเขาต่างๆ ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาทำให้นึกถึงสำนวนภาษาญี่ปุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัยและมักมีสำนวนใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาษาเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีการเกิดใหม่และปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและตามความนิยมในช่วงนั้นๆ บางสำนวนเป็นคำสแลงในภาษาญี่ปุ่นและจะหายไปจากภาษาพูดในที่สุดเมื่อหมดความนิยมไป เสมือนชีวิตที่มีการเกิดแก่เจ็บตาย ซึ่งภาษาก็มีบริบทแบบเดียวกับชีวิตเช่นนั้น เมื่อช่วงที่ผู้เขียนเดินทางมาฮิโรชิม่าในช่วงวันพ่อที่ผ่านมา ผู้เขียนได้พบกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นและพูดคุยกันถึงการเปลี่ยนแปลงของภาษาญี่ปุ่นในยุคต่างๆ และได้เห็นถึงสำนวนแปลกๆเกี่ยวกับผู้ชายหลายสำนวนที่น่าสนใจ เช่นสำนวน イケメン (Ikemen) ซึ่งแปลว่า “ผู้ชายที่หน้าตาดี” และสำนวนイクメン (Ikumen) ซึ่งแปลว่า “ผู้ชายที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูก” จึงอยากจะนำมาถ่ายทอดให้ได้รับรู้และนำไปใช้ประโยชน์กัน ลองดูพร้อมตัวอย่างประโยคเพื่อการทำความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

ตัวอย่างที่ 1 สำนวน イケメン (Ikemen) “ผู้ชายที่หน้าตาดี”
ターボン博士はイケメン政治家名鑑を買おうと本屋に来ました。
Tabon hakase wa ikemen seijika meikan o kaou to honya ni kimashita.
ดร.ถาวรมาที่ร้านหนังสือเพื่อจะหาซื้อหนังสือรวบรวมรายชื่อนักการเมืองหน้าตาดี

あなたが「この人はイケメンだ」と思うときに、どんな特徴でそう判断していますか?
Anata ga “kono hito wa ikemenda” to omou toki ni, donna tokuchō de sō handan shite imasu ka?
คุณพิจารณาด้วยคุณลักษณะพิเศษแบบไหนเมื่อคิดว่า “คนๆนี้เป็นผู้ชายหน้าตาดี”

ตัวอย่างที่ 2 สำนวน イクメン (Ikumen) “ผู้ชายที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูก”
最近、「イクメン」向けのさまざまな商品が販売されています。
Saikin, “ikumen” muke no samazama na shōhin ga hanbai sarete imasu.
ระยะหลังๆนี้ มีสินค้าหลากหลายที่มุ่งเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่ม “ผู้ชายที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง”
いくら「イクメンブーム」と言われても、まだまだ希少な存在なのです。
Ikura “ikumenbūmu” to iwaretemo, madamada kishō na sonzai nano desu.
แม้จะถูกกล่าวว่า “อยู่ในยุคบูมของผู้ชายที่ทั้งทำงานและเลี้ยงลูก”มากเพียงใดก็ตาม (ผู้ชายลักษณะเช่นนี้)ก็ยังมีอยู่น้อยมากๆ (หาได้ยาก)

สำนวนทั้งสองมาจากการผสมคำสองคำรวมกันกลายเป็นสำนวนที่น่าสนใจ กล่าวคือ สำนวน イケメン Ikemen จะมาจากการผสมคำระหว่างคำว่า イケてるiketeru ที่แปลว่า “เท่ / cool / ใช้ได้ดี” กับคำว่า 面 men ที่แปลว่า “หน้าตา” หรือ Menที่แปลว่า “ผู้ชาย”อย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนสำนวน イクメン Ikumen จะมาจากการผสมคำระหว่างคำว่า育成 ikusei ที่แปลว่า “การเลี้ยงดู” กับคำว่า 面 men ที่แปลว่า “หน้าตา” หรือ Menที่แปลว่า “ผู้ชาย”อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีสำนวนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายที่น่าสนใจเช่น สำนวนフツメンfutsumen ซึ่งแปลว่า “ผู้ชายธรรมดาทั่วไป” สำนวนカッコメンkakkomen ที่แปลว่า “ผู้ชายเท่มีเสน่ห์” สำนวนビミョメン (Bimyomen) ที่แปลว่า “ผู้ชายที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัวเอง” สำนวนダメンズ damenzu ซึ่งแปลว่า “ผู้ชายใช้ไม่ได้” (สำนวนนี้มาจากการผสมคำระหว่างคำว่า駄目dame ที่แปลว่า “ใช้ไม่ได้” กับ Men ที่แปลว่า “ผู้ชาย”) มาสนุกสนานกับสำนวนภาษาญี่ปุ่นเหล่านี้ และอย่าลืมทดลองใช้ดู แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com นะครับ

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)
เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@gmail.com
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น กลาง สูง / บริการล่าม แปลเอกสาร / 日本人のためのタイ語コース
(ขอบคุณภาพประกอบจาก www.fukei-kabegami.com)

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 40

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนที่ 40

#ภาษาญี่ปุ่นกับ Dang Sensei (http://www.facebook.com/dang.sensei)
(ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士)

การใช้สำนวน “ความเสี่ยง/หวั่นเกรง/ กังวล”
恐れosore / 危険 kiken /不安 fuan 

IMG131
สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ประชาชนในสมัยนั้นต้องอพยพหนีเข้าจังหวัดชลบุรีและพัทยา เพื่อนๆชาวญี่ปุ่นส่งทั้งอีเมล์และโทรศัพท์สอบถามด้วยความเป็นห่วง ในช่วงนั้นสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่กังวลกันว่าอาจโดนน้ำท่วมด้วย แต่สื่อต่างๆในสมัยนั้นยืนยันว่าไม่ท่วมแน่นอน ดังเช่นสื่อภาษาญี่ปุ่นฉบับหนึ่งกล่าวว่า 空の表玄関、スワンナプーム空港でも滑走路が浸水する恐れがあることから、洪水対策が強化されている。Sora no omote genkan, Suwannapumukuukou demo Kassoro ga shinsui suru osore ga aru koto kara, kouzui taisaku ga kyouka sareteiru. (แม้แต่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นประตูด่านหน้าเหนือน่านฟ้าก็ตาม จากการที่รันเวย์ของสนามบินมีความเสี่ยงจากน้ำท่วม จึงมีการเพิ่มความสำคัญของมาตรการป้องกันน้ำท่วมเป็นอย่างดี) ประโยคข้างต้นจะเห็นถึงสำนวนที่แสดงความหมายว่า “ความเสี่ยง” ฉบับนี้ผมจึงขอเสนอสำนวนที่มีความหมายดังกล่าวที่ใช้กันมาก 3 สำนวนคือ 恐れosore / 危険 kiken /不安fuan ลองดูตัวอย่าง

1) ตัวอย่างสำนวน 恐れosore ความเสี่ยง/หวั่นเกรง
暴風雨になる恐れがある.
Bofuu ni naru osore ga aru.
มีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนรุนแรง

恐れを知らないリポーターとカメラマン
Osore wo shiranai ripota to kameraman
ผู้สื่อข่าวและช่างภาพใจถึงไม่หวั่นเกรง

2) ตัวอย่างสำนวน 危険 kiken ความเสี่ยง/อันตราย
彼は報酬のことはわかっていたが、犯罪の危険はわかっていなかった。
Kare wa hoshu no koto wa wakatteitaga, hanzai no kiken wa wakatteinakatta.
เขารู้ว่ามีค่าตอบแทน แต่ไม่รูว่ามีความเสี่ยงในทางของอาชญากรรม

3) ตัวอย่างสำนวน 不安fuan  กังวล/เป็นห่วง
初めて飛行機に乗ることを不安に思うのは不自然ではない。
Hajimete hikoki ni noru koto wo fuan ni omou no wa fushizen dewanai.
ความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติธรรมชาติ

สำนวนทั้งสามข้างต้นจะใช้แสดงถึงความเสี่ยงที่เป็นความห่วงใยหรือกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง สำนวนแรกใช้เป็นคำนามที่สามารถนำไปใช้ร่วมกับ ga aru. がある(แปลว่า “มี”)ได้ ส่วนสำนวนที่สองและสาม สามารถใช้เป็นทั้งคำนามหรือคำคุณศัพท์ได้ตามแต่รูปแบบประโยคที่สร้างขึ้น ทดลองใช้ดู

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ บทเรียนที่ 38

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ บทเรียนที่ 38

โดย ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士
ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

การใช้สำนวน ベからずbekarazu / べからざる bekarazaru
กับความหมายว่า “ห้าม” / “ไม่ควร”

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา เดินเล่นอยู่สถานีรถไฟชิงชูกุ กรุงโตเกียวในเย็นวันหนึ่ง ผ่านหน้าร้านหนังสือเล็กๆในสถานีรถไฟ และมีป้ายเขียนติดที่แผงหนังสือไว้ว่า雑誌を立ち読むべからず。Zasshi o tachi yomu bekarazu.(ห้ามยืนอ่านนิตยสาร) ประโยคนี้แสดงสำนวนการห้ามปรามไม่ให้ปฎิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สำนวนที่แสดงการห้ามในประโยคนี้คือ 〜ベからずbekarazu มีความหมายว่า “ห้าม” และสำนวนที่มีความหมายคล้ายคลึงควรเรียนรู้คู่กันไปคือ 〜べからざるbekarazaru ซึ่งมีความหมายว่า “ไม่ควร” ลองดูตัวอย่างการใช้นะครับ

1. ตัวอย่างการใช้ 〜ベからずในความหมายว่า“ห้าม”
手を触れるべからず。
Te o fureru bekarazu.
ห้ามจับ(สัมผัส)

片言を信ずべからず。
Katakoto o shinzu bekarazu
ห้ามเชื่อการพูดจาแบบเด็กๆ(พูดด้านเดียว)

花を取るべからず。
Hana o toru bekarazu.
ห้ามเด็ดดอกไม้

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา2. ตัวอย่างการใช้ 〜べからざるในความหมายว่า”ไม่ควร”
それは覆うべからざる事実だ.
Sore wa ōu bekarazaru jijitsuda.
นั้นเป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรปกปิด

言うべからざることを言う
Iu bekarazaru koto o iu
พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด

試験が勉強の刺激となることは争うべからざる事実である
Shiken ga benkyō no shigeki to naru koto wa arasou bekarazaru jijitsudearu
เรื่องการสอบเป็นการกระตุ้นให้ขยันเรียนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องจริงที่ไม่ควรต้องนำมาขัดแย้งกันอีกแล้ว

ตัวอย่างทั้งสองสำนวนมีการใช้วางข้างหลังคำกริยารูปพจนานุกรม มีความหมายที่อยู่ในลักษณะของการห้ามปรามไม่ให้ปฎิบัติ แต่ 〜ベからずมักใช้เขียนในป้ายประกาศ ซึ่งจะมีความหมายที่แรงกว่า べからざる จึงแปลเป็นภาษาไทยด้วยคำว่า “ห้าม” ที่แรงกว่า คำว่า “ไม่ควร” ทดลองใช้ดูนะครับ แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)

เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@yahoo.com

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น กลาง สูง / บริการล่าม แปลเอกสาร / 日本人のためのタイ語コース

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ บทเรียนที่ 37

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ บทเรียนที่ 37

โดย ดร. ถาวร งามตระกูลชล ターボン ガンタクンチョン博士
ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

การใช้สำนวน “ยุบ ยกเลิก เลิก”
解散するkaisan suru 廃止する haishi suru

วันก่อน เพื่อนชาวญี่ปุ่นโทรมาแสดงความห่วงใยถึงปัญหาการเมืองไทย ซึ่งในขณะนั้นนายกรัฐมนตรีเพิ่งประกาศยุบสภาและยอมคืนอำนาจแก่ประชาชน ผมได้เห็นข่าวในสื่อญี่ปุ่นระบุว่า インラック首相は議会を解散すると表明し、近く選挙が行われる見通しです。Yinrakku shushō wa gikai o kaisan suru to hyōmei shi, chikaku senkyo ga okonawa reru mitōshi desu.(นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภา และคาดว่าจะจัดการเลือกตั้งขึ้นในเร็ว ๆ นี้) สำหรับประโยคนี้ทำให้เห็นถึงสำนวนที่น่าสนใจนำมาเรียนรู้อยู่สำนวนหนึ่ง 解散するkaisan suru ซึ่งมีความหมายว่า “ยุบ เลิก” และเพื่อการเรียนรู้คู่ จะขอนำสำนวนที่มีความหมายคล้ายกันอีกสำนวนหนึ่ง คือ 廃止する haishi suru (ยุบ ยกเลิก) มาเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ 

1) ตัวอย่างสำนวน解散するkaisan suru (การยุบ เลิก)

会社を解散する。
Kaisha o kaisan suru.
ยุบบริษัท

集会は 10時に解散した。
Shukai wa ju ji ni kaisan shita.
การประชุมเลิกเมื่อ 10 นาฬิกา

警察がデモを解散させた。
Keisatsu ga demo o kaisan saseta.
ตำรวจสลาย(ทำให้เลิก)การเดินขบวนประท้วง

2) ตัวอย่างสำนวน 廃止する haishi suru (ยุบ ยกเลิก)
ある官職を廃止しなければならない。
Aru kanshoku o haishi shinakereba naranai.
ต้องยุบตำแหน่งงานในรัฐบาลบางตำแหน่ง
我々は死刑を廃止すべきである。
Wareware wa shikei o haishi subeki de aru.
เราควรยกเลิกการลงโทษด้วยการประหารชีวิต

その構造を廃止してコストダウンをする。
sono kōzō o haishi shite kosutodaun o suru.
ลดค่าต้นทุนโดยยกเลิกโครงสร้างนั้น

ทั้งสองสำนวนให้ความหมายเดียวกันว่า “ยุบ ยกเลิก เลิก” ใช้เป็นคำกริยาทั้งคู่ แต่สำนาน解散するkaisan suru มีลักษณะพิเศษอยู่ประการหนึ่ง คือจะแสดงการยุบ ยกเลิก หรือเลิก ที่ทำให้เกิดการแตกกระจาย จึงมักใช้กับกรรมที่มีลักษณะเกิดจากการรวมตัวกันของคน เช่นการประชุม องค์กร สภา การประท้วง เป็นต้น ทดลองใช้ดู แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com นะครับ
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)
เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@yahoo.com

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 36

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 36

โดย ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士
ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

lrg_12646739การใช้สำนวน きっかけ kikkake/契機 Keiki
กับความหมาย “จาก (โอกาสที่)” “จาก (เหตุการที่) ”

เดือนที่ผ่านมามีเพื่อนชาวญี่ปุ่นหลายคนพิชิตยอดเขาฟูจิ 3,776 เมตร เชื่อกันว่ามีผู้ปีนภูเขาฟูจิครั้งแรกในปีพ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์จึงห้ามเพศหญิงขึ้นเขา(ปัจจุบันเพศหญิงขึ้นได้) ภูเขาฟูจิกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น และเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556 องค์การยูเนสโกประกาศให้ภูขาไฟฟูจิเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อนเล่าให้ฟังว่าการปีนภูเขาฟูจินี้ ต้องเตรียมตัว ฟิตซ้อมร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อนกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้อยากปีนเขาว่า夏の軽い登山をきっかけに、私は山登りに興味をもつようになった。Natsu no karui tozan wo kikkake ni, watashi wa yama nobori ni kyomi wo motsu you ni natta. (จาก (โอกาส) ที่ได้ปีนเขาที่ไม่สูงนักตอนหน้าร้อน ทำให้ผมสนใจการปีนเขาขึ้นมา) จากประโยคข้างต้น มีสำนวนที่น่าสนใจนำมาคุยกันในครั้งนี้ สำนวนว่า きっかけkikkake ซึ่งมีความหมายว่า “จาก….” และสำนวนอื่นที่มีความหมายเดียวกัน นำมาเรียนรู้คู่อีกสำนวนหนึ่ง คือ 契機Keiki ลองดูตัวอย่างนะครับ

1) ตัวอย่างสำนวน きっかけ kikkake ในความหมายว่า “จาก (โอกาสที่)”
ある新聞記事をきっかけにして、15年前のある出来事を思い出した。
Aru shinbunkiji wo kikkake ni shite, jugonenmae no aru dekigoto wo omoidashita.
จากบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ ทำให้นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งเมื่อยี่สิบปีก่อน

images todaiある日本人と友達になったことがきっかけで、日本留学を考えるようになった。
Aru nihonjin to tomodachi ni natta koto ga kikkake de, nihon ryugaku wo kangaeru youni natta.
จาก (โอกาส) ที่ได้เป็นเพื่อนกับชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ทำให้คิดเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น

偶然の出会いがまた交友を始めるきっかけとなった。
Gūzen no deai ga mata kōyū o hajimeru kikkake to natta.
จากการพบกันโดยบังเอิญ กลายเป็นโอกาสที่ทำให้เริ่มต้นมิตรภาพกันอีกครั้ง

2) ตัวอย่างสำนวน 契機 Keiki ในความหมายว่า “จาก(เหตุการที่) ”

この災害を契機にして、私たちの家族でも防災対策を強化すること。
Kono saigai wo keiki ni shite, watashi no kazoku demo bousaitaisaku wo kyouka suru koto ni shita.
จากภัยพิบัติครั้งนี้ ครอบครัวเราจึงหันมาเอาจริงเอาจังกับมาตรการป้องกันภัย

kimono転居を契機に、ターボン博士も今までの仕事をやめて自分の会社を持つ決心をした。
Tenkyo wo keiki ni, Thavorn hakase mo ima made no shigoto wo yamete jibun no mise wo motsu kesshin wo shita.
จากการย้ายที่อยู่ใหม่ ดร.ถาวรจึงลาออกจากงานที่ทำมาตลอด แล้วเปิดบริษัทของตนเอง

今度の入院を契機として、今後は定期検診をきちんとうけようと思った。
Kondo no nyuin wo keiki toshite, kongo wa teikikenshin wo kichinto ukeyou to omotta.
จากการป่วยเข้าโรงพยาบาลในครั้งนี้ ทำให้ตั้งใจว่าจากนี้ไปจะไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งสองสำนวนมีความหมายเดียวกันว่า “จาก…..” แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยโดยสำนวนแรกきっかけ kikkake จะใช้กับบริบทของ “จาก”ที่มาจาก “โอกาสต่างๆ” ส่วนสำนวนหลัง 契機 Keiki ใช้กับบริบทของ “จาก” ที่มาจาก “เหตุการต่างๆ” ที่เกิดขึ้น ทดลองใช้ดูนะครับ แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)
เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@yahoo.com
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น กลาง สูง / บริการล่าม แปลเอกสาร / 日本人のためのタイ語コース

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 35

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น โตเกียวยูกุ ศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 35

โดยดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士
ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

การใช้สำนวน ~だらけ、~まみれ
Darake , Mamire

กับความหมาย “เต็มไปด้วย..” “..ติดเต็มไปหมด”

songklanวันสงกรานต์ของไทยในเดือนเมษายน ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันในนามของ “วันประเพณีรดน้ำ”水掛祭りMizukakematsuri หรือวันปีใหม่ไทย ดังภาษาญี่ปุ่นที่ปรากฎในเอกสารท่องเที่ยวไทยที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมีประโยคที่กล่าวว่า 毎年4月13日~15日、タイ旧暦の新年を祝う「ソンクラン」という水かけ祭りがタイ全土で行われます。Maitoshi shigatsu jusan nichi kara jugonichi made, Thai kyureki no shinnen wo iwau “Songklan” to iu mizukakematsuri gaThai zendo de okonawaremasu. (วันที่13-14เดือนเมษายนของทุกปีมีประเพณีรดน้ำที่เรียกว่า”สงกรานต์” ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบโบราณของไทยทั่วทั้งประเทศไทย) แต่หลังเสร็จงานประเพณีสงกรานต์มักมีชาวบ้านบ่นว่า ソンクラン祭り終了後の道路がゴミだらけ。Songklan Matsuri shuryogo no doudo ga gomidarake (ถนนหลังเสร็จงานประเพณีสงกรานต์จะเต็มไปด้วยกองขยะ) เป็นคำบ่นเบาๆจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ แต่คำบ่นนี้ทำให้เห็นสำนวนที่น่าสนใจ คือ だらけdarake ซึ่งมีความหมายว่า “เต็มไปด้วย” และยังมีสำนวนอื่นที่มีความหมายเดียวกันสมควรเรียนรู้คู่ไปด้วย คือまみれmamire ลองดูตัวอย่างนะครับ

1) ตัวอย่างสำนวน ~だらけในความหมายว่า “เต็มไปด้วย..”
私が日本語で書いた間違いだらけの手紙を渡辺さんに直してもらいました。
Watashi ga nihongo de kaita machigai darake no tegami wo watanabesan ni naoshite
moraimashita.
ฉันให้คุณวาตานาเบะช่วยแก้จดหมายเขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นซึ่งผิดเต็มไปหมด

japanch幼稚園の子供たちは公園で泥だらけになって遊んでいます。
Youchie no kodomotachi wa kouen de dorodarake ni natte asondeimasu.
พวกเด็กๆจากโรงเรียนอนุบาลเล่นกันจนโคลนเปรอะเต็มตัวที่สวนสาธารณะ

ほこりだらけ、ごみだらけ、血だらけ、灰だらけ、穴だらけ
Hokoridareke, Gomidarake, Chidarake, Haidarake, Anadarake
เต็มไปด้วยฝุ่น เต็มไปด้วยขยะ เต็มไปด้วยเลือด เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน เต็มไปด้วยรูพรุน

2) ตัวอย่างสำนวน ~まみれในความหมายว่า “….ติดเต็มไปหมด”
ソムチャイさんはバンパコン工業団地の工場で毎日ほこりまみれになって働いています。
Somchaisan wa Bangpakong kougyoudanchi no kojo de mainichi hokorimamire ni natte hatarateimasu.
คุณสมชายทำงานที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะกงจึงมีฝุ่นติดเต็มตัวทุกวัน

汗まみれになって運動するのは楽しいことです。
Asemamire ni natte undou suru no wa tanoshii koto desu.
การออกกำลังกายจนเหงื่อออกเต็มตัวไปหมดเป็นเรื่องน่าสนุก

矢代さんは泥まみれの靴をはいていました。
Yashirosan wa doromamire no kutsu wo haiteimashita.
คุณยาชิโระสวมรองเท้าที่เต็มไปด้วยโคลน

ทั้งสองสำนวนมีความหมายว่า “ติดเต็มไปหมด เต็มไปด้วย” และใช้ตามหลังคำนามเช่นเดียวกัน แต่มีข้อแตกต่างบางประการสำหรับเฉพาะสำนวนまみれmamire จะไม่สามารถใช้กับคำนามที่มีความหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่นรอยแผลของร่างกาย(傷Kizu) รอยเหี่ยวย่นของผิว(しわShiwa) ฉะนั้นจึงไม่นิยมใช้ 傷まみれKizumamire、しわまみれShiwamamire  ทดลองใช้ดูนะครับ แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)
เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@yahoo.com
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น กลาง สูง / บริการล่าม แปลเอกสาร / 日本人のためのタイ語コース

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 34

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ 34

โดย ดร. ถาวร งามตระกูลชล  ターボン ガンタクンチョン博士
ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตกียวยูกุ ศรีราชา

533540_10200135464013081_1236084634_nการใช้สำนวน のような No you na / みたい Mitai
กับความหมาย “เหมือนดัง” “เหมือนกับ”

วันเด็กแห่งชาติทั้งของไทยและญี่ปุ่นมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกันคือการให้ความสำคัญต่อเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ส่วนในเรื่องความแตกต่างเมื่อมองมิติด้านวันเวลาในการจัดงาน วันเด็กของไทยจะจัดในเดือนมกราคม ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นจัดในเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ความแตกต่างอีกประการหนึ่งที่ระบุไว้ในสื่อของประเทศญี่ปุ่น คือ タイにも子供の日があります。2013年1月12日がタイの子供の日でした。日本のように鯉のぼりのような飾りつけはありませんが、子供にプレゼントなどをあげたり、するみたいです。Thai ni mo kodomo no hi ga arimasu. 2013 nen 1 gatsu 12 nichi ga Thai no kodomo no hi deshita. Nihon no you ni Koinobori no you na kazari tsuke wa arimasenga, Kodomo ni purezento nado wo agetari, suru mita desu. (ในประเทศไทยก็มีวันเด็กเช่นกัน โดยวันที่ ๑๒ เดือนมกราคม ปี ๒๐๑๓ ถือเป็นวันเด็ก แม้ไม่มีการประดับประดาด้วยเครื่องประดับเหมือนกับโคยโนโบริ (ปลาคราฟไต่ขึ้น)เหมือนในประเทศญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีการให้ของขวัญและสิ่งของอื่นๆแก่เด็ก) ประโยคข้างต้นทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่างของมิติด้านพิธีการวันเด็กของไทยกับญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ประโยคข้างนี้มีสำนวนที่น่าสนใจเรียนรู้อยู่ ๒ สำนวนคือ のような No you na (เหมือนดัง) และ みたい Mitai (เหมือนกับ) ซึ่งมีความหมายที่คล้ายกัน ลองดูตัวอย่างครับ

1) ตัวอย่างสำนวน のような No you na (เหมือนดัง)

絵のように美しい村
E no you ni utsukushii mura.
หมู่บ้านที่มีความสวยงานเหมือนดังภาพวาด

ポンプのように作動する。
Ponpu no you ni sadou suru.
มีการทำงานเหมือนดังเครื่องปั๊มน้ำ

2) ตัวอย่างสำนวน みたい Mitai (เหมือนกับ)

ターボン博士の娘は男みたいな歩き方をする。
Thavorn Hakase no musume wa otoko mitai na aruku kata wo suru.
บุตรสาวของ ดร.ถาวร มีวิธีการเดินที่เหมือนกับผู้ชาย

氷みたいに冷めたくしないでくれよ。
Koori mitai ni tsumetaku shinai de kure yo.
กรุณาอย่าทำตัวมีจิตใจเย็นช้าเหมือนกับน้ำแข็ง

สำนวนทั้งสองข้างต้นมีความหมายในลักษณะเดียวกัน และบางครั้งก็ยังสามารถใช้แทนกันได้ แต่เมื่อมาดูความหมายแบบลึกแล้วจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ สำนวนแรก(のような No you na (เหมือนดัง)) จะให้ความหมายแสดงความเหมือนที่รับรู้ได้จากการมองเห็นได้ด้วยตา ส่วนสำนวนที่สอง(みたい Mitai (เหมือนกับ)) จะให้ความหมายแสดงความเหมือนที่เป็นเชิงเปรียบเทียบด้วยความรู้สึก ทดลองใช้ดูนะครับ แล้วพบกันใหม่ มีคำถามส่งมาที่ drthavorn@yahoo.com

โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ (ในการควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ)
เลขที่ 28 ศรีราชานคร6 ศรีราชา ชลบุรี 20110 (ตรงข้ามรพ.พญาไท ศรีราชา) โทร 038-310315 แฟ็ค 038-310316 ฮอตไลน์ 081-8634424, 081-9455082 E-mail: tokyojuku@yahoo.com
หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น กลาง สูง / บริการล่าม แปลเอกสาร / 日本人のためのタイ語コース