Categories
- JAPAN NEWS
- NEWS UPDATE1
- NEWS UPDATE2
- กล่าวทักทายจาก ผอ. 総長挨拶
- ข่าวสารทุนการศึกษาและสอบต่างๆ
- ข่าวสารโรงเรียน
- คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ
- ตารางเปิดเรียนภาษาญี่ปุ่น
- บทความวิชาการ
- บทเรียนภาษาญี่ปุ่น
- ฝึกฟังภาษาญี่ปุ่นจากทีวีสดญี่ปุ่น
- ภาพถ่ายสดญี่ปุ่นปัจจุบัน
- วัฒนธรรม ศิลปและท่องเที่ยวญี่ปุ่น
- หน่วยงานเกี่ยวข้อง
- เรียนตัวอักษรญี่ปุ่น
- เล่นเกมส์ภาษาญี่ปุ่น
- แนะนำหนังสือดี
- โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นศรีราชา
- タイテレビ
- タイ語コース
- タイ語コース紹介
Pages
- MAP
- ญี่ปุ่นปัจจุบัน
- ประวัติ
- สมัครเรียน
- หลักสูตร
- แนะนำมหาวิทยาลัย
- แปลและล่าม
- 日本人のためのタイ語コース
- 翻訳・通訳サービス
- สอบถาม
- 御問合
- เว็บบอร์ด
Archives
- February 2012
- January 2012
- December 2011
- November 2011
- October 2011
- September 2011
- July 2011
- June 2011
- May 2011
- April 2011
- March 2011
- February 2011
Tag Clouds

Search!
Enter your keywords:คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ's Articles Archives
สรุปทุนเรียนต่อญี่ปุ่นประจำปี 2012
สนใจทุนไหน คลิ๊กอ่านรายละเอียด และเตรียมความพร้อม

• ทุน Panasonic ประจำปี 2012
• ทุน Ajinomoto ประจำปี 2555
• ทุนธนาคารกสิกรไทย ประจำปี 2555
• ทุนรัฐบาลไทย ประจำปี 2555
• ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นประจำปี 2012
• ทุนการศึกษา Japan Airlines 2012
• โครงการเยาวชนเด็นโซ่ ผู้พิทักษ์รักษ์สิ่งแวดล้อม
• Asian Youth Fellowship 2012
• Special Scholarship Program (Doctoral Program ) Kochi University
ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ
ดร. ถาวร งามตระกูลชล
อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น
เชิญชวนมาเขียนคำอธิฐานตามประเพณีทานาบาตะ
วันที่ 7 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวัน “ทานาบาตะ” ในวันนี้ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าหากเขียนคำอธิฐานลงบนกระดาษ นำไปแขวนไว้กับกิ่งไผ่ ด้วยพรวิเศษจากดวงดาวจะดลบันดาลให้คำอธิฐานนั่นเป็นจริง เรามาร่วมประเพณีทานาบะตะกับประชาชนในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเขียนใบอธิฐานต่อดวงดาวร่วมกันเถอะ โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุขอเชิญชวนให้เพื่อนๆผู้สนใจแวะมาที่โรงเรียนเพื่อรับใบเขียนคำอธิฐานขอพรต่อดวงดาวและเชือกผูก“ฟรี” โดยทางโรงเรียนจัดต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เพื่อนผู้สนใจทุกคนได้ร่วมกันผูกใบอธิฐานขอพรจากดวงดาว
ประเพณีนี้มีตำนานเล่าว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ฝั่งด้านเหนือ ของแม่น้ำสวรรค์ มีลูกสาวของเทพผู้ครองสวรรค์ นางหนึ่งนามว่า “โอริฮิเมะ” นางมีความสามารถในการทอผ้าได้สวยงาม เป็นที่ชื่นชอบของพระบิดา แต่นั่นกลับทำให้นางต้องคอยทอผ้าอยู่ตลอดเวลา จนไม่มีเวลาไปพบรักกับเฉกเช่นสาวน้อยคนอื่นๆ ดังนั้นพระบิดาจึงได้อนุญาตให้ลูกสาวได้พบกับ “ฮิโกโบชิ” เด็กเลี้ยงวัวที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำสวรรค์แห่งนี้เอง ในการพบกันครั้งแรกทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกันโดยทันที จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็แต่งงานกัน
แต่ว่าหลังจากที่แต่งงานไปแล้ว โอริฮิเมะก็ไม่ยอมทอผ้าอีก ส่วนฮิโกโบชิ ก็ไม่ยอมดูแลวัว ปล่อยให้ไปเดินเพ่นพ่านทั่วไป ทำให้เทพผู้ครองสวรรค์โกรธมาก จึงสั่งให้ทั้งคู่แยกจากกัน ให้อยู่คนละฝั่งของแม่น้ำสวรรค์และห้ามพบกันอีกโอริฮิเมะโศกเศร้าเสียใจมาก พระบิดาจึงยอมใจอ่อน อนุญาตให้ทั้งคู่พบกันได้ปีละครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี หลังจากนั้น โอริฮิเมะก็กลับมาขยันทอผ้าอีกครั้ง เพื่อให้งานเสร็จทันและสามารถไปพบกับ ฮิโกโบชิได้ในวันนั้น
เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง โอริฮิเมะ กับ ฮิโกโบชิ แม้นว่าจะสามารถมาพบกัน แต่ไม่สามารถข้ามแม่น้ำสวรรค์ไปหากันได้ โอริฮิเมะผู้น่าสงสารได้แต่ร้องไห้ ทันใดนั้นเองก็ปรากฏว่ามีนกกางเขนฝูงหนึ่งบินผ่านมาพอดี จึงเกิดความสงสาร และอาสาจะใช้ปีกของพวกตนเป็นสะพานให้ทั้งคู่ได้ข้ามไปพบกัน แต่ถ้าหากปีใดฝนตก นกกางเขนฝูงนี้ก็จะไม่มา และทั้งคู่ก็จะต้องรอไปถึงปีหน้า…เฮ้อ ดูน่าสงสารจัง!!
เพื่อนที่สนใจก็อย่าลืมแวะมาที่โรงเรียนเขียนใบอธิฐานและผูกไว้ที่ต้นไม้ เปิดโอกาสให้เขียนคำอธิฐานฟรีตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคมนี้เท่านั้น อย่างน้อยสุดก็ขอให้ปีนี้เป็นปีดีๆของทุกคนนะ
(ในงานประเพณีทานาบะตะที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการประดับประดาด้วยโคมกระดาษแขวนสวยงาม และการละเล่นต่างๆมากมาย ลองดูบรรยากาศงาน)
ประเพณีทานานบาตะ
คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ เรื่องบทเรียนจากญี่ปุ่น
ผมได้อ่านบทความที่เขียนโดยกาแฟดำ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 8/4/2011 เรื่อง?10 อย่างที่เราควรจะเรียนรู้จากญี่ปุ่น? เนื้อหาน่าสนใจและตรงกับความคิดของพวกเราชาวโตเกียวยูกุ จึงอยากนำเสนอให้ได้อ่านกัน สิ่งดีๆจากประเทศต้นแบบที่ดีจะเป็นบทเรียนที่เราสามารถนำมาปฎิบัติได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของการเลือกสรรด้วยความตั้งใจจริง และมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ไม่จมอยู่ความคิดเดิมๆที่ว่า “เป็นมาแต่กำเนิด ไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมได้อีกแล้ว” ลองอ่านบทความต่อไปนี้ และคิดทบทวน
*มีคนส่งข้อความ ?10 อย่างที่เราควรจะเรียนรู้จากญี่ปุ่น? จากวิกฤติที่เกิดขึ้นกับประเทศนั้นขณะนี้… ซึ่งหลายข้อตรงกับที่ผมได้สังเกตเอาไว้
ตั้งแต่เกาะติดข่าวคราวแผ่นดินไหว สึนามิ และอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ตามมา
เป็นบทเรียนและตัวอย่างแห่ง ?บุคลิกของผู้คน? ประจำชาติที่จะสะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัดแจ้ง ก็ในยามที่ประเทศชาติเผชิญกับความร้ายแรง และประชาชนในชาติจะแสดงออกในลักษณะคล้ายกัน เพื่อร่วมกันฟันฝ่าให้พ้นความหายนะร่วมกันเช่นนั้น
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนในชาติจะร่วมกันแสดงออกซึ่งความอดทน เสียสละ กล้าหาญ และความห่วงหาอาทรต่อกันในยามที่สัญชาตญาณมนุษย์บอกให้ทุกคน ?เอาตัวรอดก่อน? เป็นปฐม
แต่มีคนรวบรวม ?สิบลักษณะ? ที่น่าชื่นชมของคนญี่ปุ่นที่ปรากฏให้เห็นกันอย่างเด่นชัดในครั้งนี้ ที่คนไทยควรจะศึกษาเรียนรู้และนำมาปฏิบัติในฐานะ?เพื่อนร่วมชาติ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข? อย่างที่ญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็น
สิบคุณลักษณะพิเศษที่ว่านี้คือ
1. ความสงบนิ่ง ไม่แสดงออกถึงความเศร้าโศกโศกาในที่สาธารณะเกินเหตุ ความทุกข์ระทมได้รับการยกระดับให้เป็นคนนิ่งเฉยและความอึดแทน
2. ความสง่างาม…ผู้คนเข้าคิวรอน้ำและอาหารอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการพูดจาก้าวร้าวใส่กัน ไม่มีท่าทีแห่งความหยาบคายให้แก่กัน ทั้งๆ ที่ต่างคนต่างก็เครียดทั้งนั้น
3.ความสามารถ…สถาปัตยกรรมที่พิสูจน์ว่าสามารถรับแผ่นดินไหวรุนแรงได้…แม้ตึกจะโอนเอียง แต่ไม่ถล่มยับเยินในหลายๆ จุด
4. ความเอื้ออาทรต่อกัน…ทุกคนซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็นสำหรับตนในขณะนั้น…เพื่อว่าจะได้แบ่งปันให้ทุกคนทุกครอบครัวสามารถซื้อหาด้วยกันได้
5. ระเบียบวินัยสุดยอด…ไม่มีการปล้นสะดมร้านค้า ไม่มีการบีบแตรใส่กันกลางถนน…มีแต่ความเข้าใจซึ่งกันและกันว่าทุกคนล้วนมีความทุกข์โศกเหมือนกัน
6. ความเสียสละ…คนงาน 50 คนของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ประกาศทำงานต่อไปแม้จะเสี่ยงภัยยิ่ง เพื่อจะได้ปั๊มน้ำจากทะเลใส่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์…คนญี่ปุ่นทั่วประเทศจะตอบแทนพวกเขาได้อย่างไร?
7. ความโอบอ้อมอารีต่อกัน…ร้านอาหารต่างก็ลดราคาให้ลูกค้าในยามวิกฤติ ตู้เอทีเอ็มไม่ต้องมียามพิเศษมาเฝ้า คนแข็งแรงกว่าดูแลคนอ่อนแอ
8. การฝึกฝนคนในสังคมอย่างพร้อมเพรียง…ไม่ว่าจะเป็นคนชราหรือเด็ก…ทุกคนต่างรู้ว่าในยามเกิดภัยธรรมชาตินั้น แต่ละคนจะต้องทำอะไรบ้าง…และทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างถูกต้อง แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่ง
9. สื่อสารมวลชน…ได้แสดงถึงความรับผิดชอบและการรายงานข่าวอย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยเหลือทุกคนในสังคมให้ข้ามพ้นวิกฤตินี้ ไม่มีการแสวงหาข่าวหวือหวาเกินเหตุ ไม่มีภาพศพคนตาย ไม่มีการออกข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนก…ในยามบ้านเมืองวิกฤติ คนข่าวของเขาทำหน้าที่อย่างรอบด้าน รับผิดชอบและอุดมไปด้วยความเมตตาและกรุณา
10. ความสำนึกร่วมกันของคนในสังคม…เมื่อไฟดับในร้านขายของร้านหนึ่ง ลูกค้าทั้งหลายต่างพากันเอาของใส่กลับไปที่ชั้นวางของ และออกจากร้านอย่างเรียบร้อย
เราน่าจะถามตัวเองว่าคุณสมบัติสิบข้อนี้ คนไทยเราหากเผชิญวิกฤติรุนแรงจริงๆ จะสามารถแสดงออกได้กี่ข้อ?
บอกตรงๆ ผมไม่กล้าทำนาย (จากกรุงเทพธุรกิจ 8/4/2011 โดยกาแฟดำ)
**คุณสมบัติของชาวญี่ปุ่นข้างต้น ทำไมจึงมีติดตัวมากับชาวญี่ปุ่นทุกคน อะไรคือปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ทำให้เกิด สามารถหาคำตอบได้จากบทความของ ดร.ถาวร งามตระกูลชล ต่อไปนี้ **คลิ๊กที่นี่ **
บันทึกตะลุยญี่ปุ่นตอนที่ 3
ในการเดินทางทัศนศึกษาประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้เห็นถึงภาพของชาวญี่ปุ่นเข้าแถวในทุกกิจกรรม นับตั้งแต่คณะของเราก้าวลงจากเครื่องบิน ทุกคนยืนเข้าแถวเช็คเอกสารเข้าประเทศ เข้าแถวขึ้นรถบัสลีมูซีนเพื่อเดินทางเข้าเมือง เข้าแถวซื้ออาหารในร้านอาหาร เข้าแถวทำบุญในศาลเจ้าญี่ปุ่น เข้าแถวในโตเกียวดีสนีย์แลนด์ เข้าแถวชำระค่าใช้จ่ายในลานสกี เข้าแถวรอซื้อถุงโชคดีที่มีจำหน่ายในทุกห้างของกรุงโตเกียว วัฒนธรรมการเข้าแถวเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่ต่อถอดมาจากบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่น คณะของเราตลึงในความอดทนต่อการจัดแถวและรอในแถวอย่างเป็นระเบียบของชาวญี่ปุ่น อ.ดร.ถาวร งามตระกูลชลได้กรุณาอธิบายให้คณะเราฟังว่า เด็กญี่ปุ่นได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่ และครูในโรงเรียน ฝึกฝนตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งได้เห็นในสังคมจริงของตนเองทุกวัน ทำให้รู้สึกว่าการเข้าแถวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไปในสังคมกลายเป็นจิตสำนึกและนิสัยติดตัวในที่สุด และตรงกันข้ามหากใครออกนอกแถวก็จะเหมือนแกะดำในฝูงที่จะไม่สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ อ.ดร.ถาวร เพิ่มเติมว่า สังคมไทยก็น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่นได้เช่นกัน แต่ใช้เวลาและต้องเริ่มจากเยาวชนในปัจจุบัน รวมทั้งอาจจะต้องกำหนดเป็นนโยบายแห่งชาติและภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์อย่างเต็มที่ทั่วประเทศ เพื่อการจัดระเบียบสังคมให้เข้าสู่ระเบียบแถวทั้งด้านจิตสำนึกและด้านพฤติกรรม









คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ”บรรยากาศสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่ธรรมศาสตร์”
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553 รัฐบาลญี่ปุ่นจัดสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นทั้ง 5 ระดับ (N1 N2 N3 N4 N5) ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ขอนำภาพมาให้ชมกัน





ต้อนรับคณะจากสถานีทีวี S Channel
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553 โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ ได้รับเกียรติจากคณะของสถานี S Channel (สถานีทีวีผ่านดาวเทียม) ประกอบด้วยคุณตุ๊กตา อุบลวรรณ พิธีกร คุณต๊อป ตรีพล พิธีกรร่วม และเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยรวมทั้งช่างภาพรวม 7 ท่านเดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุ โดย อ.จินตนา อาจารย์ประจำวิชาภาษาญี่ปุ่น ให้การต้อนรับ และให้สัมภาษณ์เพื่อออกอากาศในรายการของทางสถานี โดยมีเนื้อหาของรายการจากแนวคิดว่า “ไม่ต้องเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถเรียนภาษาญี่ปุ่นและสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ที่ศรีราชาได้”


คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ

มีคำถามที่น่าสนใจจากผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซด์ของเราถามว่า “หนูทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่นที่ระยอง มีปัญหามากๆเวลาสื่อสารกับหัวหน้าที่เป็นชาวญี่ปุ่น อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่เพื่อนบอกว่าเคยเรียนที่อื่นเขาสอนตัวเขียนนานมากกว่าจะเข้าบทเรียนสนทนา หนูไม่อยากเรียนตัวเขียนมากเกินไป ขอเน้นสนทนา อยากทราบว่าที่โตเกียวยูกศรีราชามีเนื้อหาและแนวการสอนเน้นแบบไหน”
ผมลองตรวจสอบเนื้อหาของหลักสูตรที่โตเกียวยูกุศรีราชา สามารถทำเป็นกราฟแสดงอัตราส่วนระหว่าง พูดฟัง อ่านเขียน และวัฒนธรรม ได้ดังนี้
จากกราฟ จะเห็นว่า การพูดฟังมีอัตราส่วนถึง 80%(สีนำเงิน) การอ่านเขียนมีอัตราส่วนเพียง 18%(สีแดง) และแถมด้วยความรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นอีก 2%(สีเขียว) ลองพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือตรงกับความต้องการของผู้ถามหรือไม่
** สำหรับผู้ต้องการเรียนเขียนมากๆ สามารถฝึกเขียนเป็นการบ้านมาให้คุณครูตรวจและให้คะแนนเพื่อฝึกความชำนาญได้ **
มีคำถามสงสัยถามมาได้นะ ยินดีหาคำตอมมาให้กับทุกคำถาม
ดร.ฟุกุโรอุ
คุยกับ ดร.ฟุกุโรอุ
มีคำถามจากทางอีเมล์ถามมาว่า – “อยากทราบสถิติของกลุ่มคนที่สมัครเข้าเรียนกับโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชาเป็นคนระดับอายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร และอื่นๆ”
เป็นคำถามที่ดีมาก สถิติเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการวิเคาะห์ สังเคราะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้เรียน เลยลองสรุปสถิติจากแบบสอบถามในใบสมัครมาให้ดูกันเล่นๆ ได้ผลสรุปดังต่อไปนี้
๑. ถามว่าคุณรู้จักโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุจากที่ไหน สรุปสถิติตามลำดับได้ดังนี้
อันดับ ๑ จากเพื่อนสนิทและรุ่นพี่แนะนำว่าสอนดีเข้าใจง่าย อ.ใจดี
อันดับ ๒ จากผู้บริหารชาวญี่ปุ่นในบริษัทที่ทำงานอยู่แนะนำ
อันดับ ๓ จากการค้นหาและอ่านข้อมูลอินเตอร์เนต
อันดับ ๔ เดินผ่าน/ขับรถผ่านหน้าโรงเรียน
อันดับ ๕ จากการติดตามคอลัมน์เรียนภาษาญี่ปุ่นของ ดร.ถาวร ในหนังสือพิมพ์บางกอกทาร์ม
๒. ถามว่า สาเหตุที่สนใจเรียนภาษาญี่ปุ่น สรุปสถิติตามลำดับได้ดังนี้
อันดับ ๑ ทำงานอยู่ในบริษัทญี่ปุ่นจำเป็นต้องพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้เร็วที่สุด
อันดับ ๒ เรียนเพื่อทำคะแนนสอบให้ดีขึ้น เป็นการติวเสริมจากที่เรียนในมหาวิทยาลัย
อันดับ ๓ เตรียมไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น และเรียนต่อญี่ปุ่น
อันดับ ๔ อยากพูดภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นได้
อันดับ ๕ เพื่อทำคะแนนสอบวัดระดับ
๓. ถามว่า เหตผลที่เลือกเรียนกับโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา สรุปสถิติตามลำดับได้ดังนี้
อันดับ ๑ ครูผู้สอนใจดี อธิบายเข้าใจง่าย และได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
อันดับ ๒ เป็นหลักสูตรเน้นสนทนา ไม่เสียเวลากับการเรียนตัวเขียนนานเกินไปเหมือนที่อื่น
อันดับ ๓ เวลาเรียนตรงกับความต้องการ
อันดับ ๔ ค่าเล่าเรียนมีเหตุมีผล แจกตำราและชีทประกอบการเรียนให้ฟรี
อันดับ ๕ เดินทางสะดวก
๔. สถิติอาชีพผู้เรียนกับโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา
อันดับ ๑ พนักงานบริษัทญี่ปุ่น
อันดับ ๒ นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา และมัธยม
อันดับ ๓ เจ้าของกิจการ นายแพทย์ ครู
อันดับ ๔ ผู้เตรียมเดินทางไปใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น
อันดับ ๕ อื่นๆ
๕. สถิติอายุผู้เรียนกับโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโตเกียวยูกุศรีราชา
อันดับ ๑ อายุช่วง ๒๖ – ๓๐
อันดับ ๒ อายุช่วง ๒๐ – ๒๕
อันดับ ๓ อายุช่วง ๑๕ – ๑๙
อันดับ ๔ อายุช่วง ๓๑ – ๔๐
อันดับ ๕ อายุช่วง ๔๑ – ๕๐
อันดับ ๖ อายุช่วง ๕๑ ขึ้นไป
(หมายเหตุ – สถิติชุดนี้รวบรวมจากแบบสอบถามในใบสมัครเรียนเฉพาะช่วงตั้งแต่ปี 2005 ถึง ปีปัจจุบัน)
คุยกับ ดร.ฟูกุโรอุ
มีคำถามมาเมื่อวันก่อนถามว่า “เป็นพนักงานบริษัทฯ อยากจะลงทะเบียนเรียนภาษีญี่ปุ่นขั้นต้น กลุ่มเล็ก เรียนวันอาทิตย์ อยากทราบว่า มีค่าลงทะเบียนเรียน,ค่าหนังสือ เท่าไร และเรียน กี่ชม. รวมเป็นกี่สัปดาห์ และอยากทราบว่าทางรร.เป็นคนจัดกลุ่มเรียนให้หรือเปล่า เนื่องจากเป็นผู้สนใจคนเดียว”
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในหลักสูตรของทางโรงเรียน ค่าเล่าเรียนของทางโรงเรียนสำหรับกลุ่มเล็กวันอาทิตย์ ชั้นต้น 1 คือ 2490 บาท/หลักสูตร 30 ชม เป็นค่าเล่าเรียนที่รวมตำราและชีทคำศัพท์แล้ว เรียนทั้งหมด 30 ชม. โดยเรียนครั้งละ 3 ชม. รวม 10 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งทางโรงเรียนจะเป็นผู้จัดกลุ่มให้ ขณะนี้มีผู้สมัครมาแล้ว 6 คน ใกล้เต็ มแล้วนะครับ รีบสมัครด่วน (รับกลุ่มละ 8 คน) วิธีสมัครก็เข้าไปดูที่หน้า“สมัครเรียน”ได้เลยครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำถาม ผู้สนใจสามารถสอบถามเข้ามาได้ทุกประเภทคำถาม ยินดีตอบทุกท่านครับ
สอบถามคลิ๊กที่นี่
จาก ดร.ฟูกุโรอุ
