ลุยญี่ปุ่นกับโตเกียวยูกุตอนที่ 2: ลงเครื่อง ดำน้ำจากนาริตะไปโอซาก้า

ลุยญี่ปุ่นกับโตเกียวยูกุตอนที่ 2: ลงเครื่อง ดำน้ำจากนาริตะไปโอซาก้า

ดร.ฟุกุโรอุ แนะนำบทความท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นสนุกๆตอนที่ 2 โดย designil
chap2-640x360
หลังจากแพลนทริปเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาเดินทางจริงล่ะครับ วันเดินทางจริงนี่ตื่นเต้นสุด ๆ ว่าเครื่องบินจะดีเลย์มั้ย จะขึ้นรถไฟทันมั้ย ไปโอซาก้าทันมั้ย ถ้าไปไม่ทันจะทำยังไง OTL ซึ่งก็ขึ้นเครื่องตอน 6 โมงเช้าครับ (สายการบินอะไรไม่รู้ โคตรทรมานผู้โดยสาร T___T) ถึงสนามบินนาริตะประมาณบ่าย 2 ไม่มีดีเลย์

ตะกุยทางจากนาริตะสู่โอซาก้า

ก่อนอื่นจะต้องไปหาวิธีฝากกระเป๋าใหญ่ครับ เพราะผมจะไปเที่ยวโอซาก้าประมาณ 5 วันแล้วถึงกลับมาฝึกงานที่โตเกียว ซึ่งถ้าจะแบกกระเป๋าเดินทางไปกลับนี่คงลำบากมาก (เพราะต้องขึ้นลงรถไฟ) ตอนแรกเลยตัดสินใจว่าจะฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่สนามบินช่วงที่ไปเที่ยวครับ (แยกกระเป๋าสำหรับไปเที่ยวโอซาก้าออกมาเรียบร้อย)

ในสนามบินจะมีเคาน์เตอร์ที่เขียนว่า Baggage Storage อยู่ครับ คือรับฝากกระเป๋านั่นเอง คิดราคา 800 เยน/วัน สำหรับใบใหญ่ครับ ตอนแรกพี่สาวที่เคาน์เตอร์ก็ออกมายกกระเป๋าเข้าไปข้างในเรียบร้อย พอคุยไปคุยมาว่าผมอยากให้ไปส่งที่โรงแรมในโตเกียวเลยในวันอาทิตย์ (จะได้ไม่ต้องกลับสนามบินมาเอากระเป๋า) เค้าก็ไล่ไปอีกเคาน์เตอร์ที่อยู่คนละฝั่งสนามบินครับ มีชื่อว่า Baggage Transfer (จำชื่อได้ไม่ชัวร์นะครับ)

Ytm_Logo_88บริการส่งกระเป๋านี้เป็นของบริษัทแมวดำครับ ชื่อจริงว่า Kuroneko Yamato ซึ่งอยู่ในโตเกียวจะเห็นโลโก้แมวดำของบริษัทนี้อยู่เป็นระยะ ๆ ครับ บริษัทเค้าดังจริง

บริการส่งกระเป๋าของญี่ปุ่น เรียกสั้น ๆ ว่า บริษัทแมวดำ
บริการแมวดำนี่เรียกได้ว่าช่วยชีวิตเอาไว้มากครับ เพราะตอนแรกนึกว่าจะฝากกระเป๋าเอาไว้ที่ Baggage Storage ซึ่งรวม ๆ แล้วก็เสียค่าฝาก 5 วัน = 4000 เยน แถมค่านั่งรถกลับมาเอาอีก คงโดนไปเยอะ

พอคุยกับที่แมวดำ เอากระเป๋าไปชั่งแล้ว (ประมาณ 23 กิโล) แล้วก็บอกให้มาส่งที่โรงแรมในโตเกียววันอาทิตย์ เค้าก็คิดราคามาประมาณ 1600 เยน ครับ ถูกลงเยอะมาก T__Tb

พอฝากกระเป๋าเรียบร้อย ก็ลงบันไดมาแลก Japan Rail Pass ครับ ตั๋วรถไฟที่นั่ง JR ฟรีทุกที่อันนี้ต้องซื้อจากที่ไทยนะครับ จะได้เป็นคูปองเอามาแลกบัตรจริงที่ญี่ปุ่นครับ ซึ่งสถานที่แลกตั๋วก็หาง่ายดี อยู่ใกล้กับทางขึ้นรถไฟเลยครับ (สนนราคาประมาณ 12000 บาท เหมาะกับคนที่ต้องนั่งชินกันเซนไกล ๆ ครับ คุ้ม)

575858_10151225685734619_1717575145_nตั๋ว Japan Rail Pass จะเป็นกระดาษแข็งแผ่นประมาณฝ่ามือครับ ซึ่งเวลาจะเอาไปใช้แทนที่จะใช้ตั๋วรถไฟเสียบเข้าเครื่องอ่านตั๋ว (แบบขึ้น BTS) เราจะต้องโชว์ Japan Rail Pass ให้เจ้าหน้าที่แทนครับ ซึ่งก็แอบลำบากเหมือนกันเพราะแผ่นมันใหญ่ ต้องหยิบออกมาจากกระเป๋า T__T

ตั๋ว Japan Rail Pass
ถ้าจะขึ้นรถไฟชินกันเซน (เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ใช้นั่งเวลาเดินทางไกล ๆ ครับ) จะสามารถจองที่นั่งได้ฟรีด้วย Japan Rail Pass ครับ หรือถ้าไม่ได้จองมันจะมีโบกี้ที่ไม่ต้องจองที่นั่ง ซึ่งก็ต้องไปแย่งกับเค้าเอาครับ ปกติตั๋วแบบไม่จองที่นั่งจะถูกกว่าตั๋วแบบจอง แต่เราจองได้ฟรีอยู่แล้วต้องใช้ให้คุ้ม

การจะไปนั่งชินกันเซนจะต้องเข้าเมืองก่อนครับ สนามบินนาริตะนี่แอบบ้านนอก ตอนนั่งรถไฟออกมาเต็มไปด้วยทุ่งนาฮะ OTL ซึ่งมันจะมีรถไฟความเร็วสูงที่ออกจากนาริตะเข้ามาในเมือง ชื่อ NEX (Narita Express) ปกติราคา 3000 เยน แต่ใช้ Japan Rail Pass ก็ฟรีอีกแล้วครับผม ^^

ผมต้องนั่งรถไฟประมาณ 5 ชม กว่าจะถึงโรงแรมที่พักในโอซาก้าครับ โดยเริ่มจากนั่ง NEX ไปลง Tokyo แล้วนั่ง Shinkansen ไปลงสถานี Osaka จากนั้นนั่งจากสถานี Osaka ไปสถานี Shin-Imamiya ซึ่งเป็นสถานีที่ตั้งของโรงแรมราคาถูกของเราครับ (ส่วนคุณภาพก็… เดี๋ยวมาดูกัน OTL)

ด้วยความที่เพิ่งเคยไป Backpack ครั้งแรกกันหมด ก็อาศัยการถามทางไปเรื่อย ๆ ด้วยภาษาอังกฤษปนญี่ปุ่น ตื่นเต้นดีครับ (อ๊ะเปล่า =[]=) เนื่องจากรีบมากเลยไม่ได้กินอะไรรองท้องมาเลย ระหว่างทางเลยไปร้านข้าวกล่องตรงสถานี คว้าของกินมาได้ 1 อย่าง นั่นคือ…

541954_10151225786309619_769674805_aอาหารมื้อแรกในญี่ปุ่น
มื้อแรกกินเอาถูกก่อนครับ เพราะข้าวกล่องที่สถานีโคตรแพงเลย T___T กล่องนึงพันกว่าเยน เลยหยิบอันนี้มาแบ่งกับเพื่อน กล่องละประมาณ 300 เยนครับ ตอนแรกไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอเปิดออกมาเท่านั้นล่ะ… ขนมจีบ นี่หว่า OTL (กินที่ไทยก็ได้แบบนี้ 555)

ที่ญี่ปุ่นนี่แพ็กเกจสวยมาเป็นอันดับหนึ่งครับ (ของข้างในเป็นยังไงนี่อีกเรื่อง) อย่างในกล่องขนมจีบนี่ที่ใส่ซอสเป็นเซรามิกสวย ๆ เลยครับ ถ้าเป็นที่ไทยคงเป็นซองพลาสติกใส่ซอสธรรมดา

เส้นทางสายกุหลาบ (แบบมีหนาม) จากโอซาก้าไปโรงแรม

หลังจากนั่งรถไฟโคตรนาน ในที่สุดก็มาถึงสถานีโอซาก้าครับ แล้วก็เปลี่ยนสายรถไฟเพื่อไปโรงแรมแบบชิว ๆ ดูจากในแผนที่แล้วโรงแรมใกล้สถานีรถไฟครับ เดินลงมาต้องถึงเลย

ถึงสถานีปลายทางในที่สุดครับ ได้ยินเค้าบอกว่า อิมามิยะ อะไรสักอย่าง ก็เดินลงเลยครับ สถานีดูบ้านนอก ๆ อย่างที่คิดไว้ พอเดินออกจากประตูไปเท่านั้นแหละ… หันมาบอกเพื่อน “ทำไมไม่เห็นเหมือนในเว็บเลยวะ”

คือมันไปโผล่ตรงไหนไม่รู้ครับ OTL หาอะไรที่หน้าตาเหมือนโรงแรมไม่เจอเลย เลยเอาแผนที่ไปถามคนแถวนั้น เค้าบอกว่ามันคนละสถานีกัน ต้องเดินไปทางนู้นนนน (แต่ไกลขนาดไหนไม่รู้ ฟังไม่ออก T__T) แถมคนที่ถามก็จิบสาเกอยู่ครับ ไม่รู้เชื่อได้มากแค่ไหน

มารู้ทีหลังว่ามันมีสถานีรถไฟ 2 สถานีชื่อคล้ายกัน คือ Shin-Imamiya กับ Imamiya ครับ ซึ่งรถไฟมันจะถึง Imamiya ก่อน แล้วสถานีต่อไปถึงจะเป็น Shin-Imamiya พวกผมดันไปลงสถานีแรกเลยหลงไปเลยครับ เพราะงั้นถ้าจะนั่งรถไฟไปไหนในญี่ปุ่นสังเกตชื่อสถานีรถไฟดี ๆ นะครับผม

ตอนนั้นก็ประมาณสามทุ่มกว่า ด้วยความที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ก็เลยยกกระเป๋าเดินไปทางที่คนญี่ปุ่นเมา ๆ เค้าบอกครับ ไฟทางมีบ้างไม่มีบ้าง มืดน่ากลัวมาก (ดีที่เป็นญี่ปุ่นครับ พวกอาชญากรมีน้อยหน่อย เดินตอนกลางคืนค่อนข้างปลอดภัย) ซึ่งก็เดินไปตามแสงไฟ หาสถานีรถไฟอันต่อไปครับ

ตะลุยโรงแรมสุดหรู (เรอะ)

เดินประมาณ 20 นาทีมั่วไปมั่วมา ในที่สุดก็เจอสถานีรถไฟครับ สถานที่เริ่มคุ้นตาล่ะ (เหมือนในเว็บ Google Map ที่ดูมาก่อนหน้านี้) ในที่สุดก็ถึงโรงแรมครับ ขาแอบล้าเหมือนกัน แต่พอเจอโรงแรมก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะ T__T

เข้าไปเชคอินที่เคาเตอร์ครับ โดยเอาใบจองที่ปรินท์มาจากเว็บไปให้เค้าดู ที่เคาเตอร์มีกระดาษที่เขียนชื่อของเราไว้อยู่แล้วครับ (แปลว่าที่โรงแรมกับเว็บ co กันดีใช้ได้) ตอนแรกเสียว ๆ เหมือนกันว่ามันจะมีที่ไหนที่จองโรงแรมแบบไม่ต้องจ่ายตังค์ตอนจอง = =” ซึ่งมันก็มีจริง ๆ ซะด้วย

พอรับกุญแจเข้าไป ขึ้นไปชั้น 11 เปิดประตูห้องไปเท่านั้นแหละ…

ห้องในโรงแรม Sun Plaza
ทำไมห้องมันเล็กแบบนี้ =[]=! ห้องขนาด 4 เสื่อทาทามิครับ ขนาดประมาณ 2×2 เมตรถ้วน แล้วต้องนอน 3 คน พอวางที่นอน 3 อันเรียงติดกันที่ก็หมดพอดีเลยครับ T___T

391568_10151225685944619_1266204995_nตามที่เห็นในรูปคือเพื่อนจะนอนให้ดูว่าขนาดห้องมันใหญ่แค่ไหน = =” อันนี้พยายามถ่ายให้เห็นรอบ ๆ ที่สุดแล้ว แต่หลังติดประตูครับเลยถ่ายได้เท่าที่เห็น ห้องมันโคตรของโคตรเล็กเลยครับ สำหรับนอน 3 คนนะ

เวลานอนเสร็จก็จะเก็บที่นอนไปสองฝั่งแล้วเว้นตรงกลางไว้ครับ เอาไว้วางโต๊ะเล็ก ๆ กินข้าวได้ T____T แค่ฟังก็อนาถแล้วใช่มั้ยครับ (แต่มันเป็นเรื่องจริง)

ส่วนที่กากต่อมาคือห้องน้ำครับ ห้องพักไม่มีห้องน้ำในตัว (แน่ล่ะ ห้องกระจิ๊ดแค่นี้) เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องเดินออกไปห้องน้ำที่เค้าเตรียมไว้ให้ ซึ่งจะมีให้แต่ละชั้น แยกชายหญิงครับ

ห้องอาบน้ำก็มี 2 ออพชั่นครับ แบบอาบรวมฟรีกับอาบหยอดเหรียญ อาบรวมนี่เปิด 5 โมงเย็น – 4 ทุ่ม ซึ่งไม่เคยกลับโรงแรมมาทันอาบรวมเลยครับ T__T แต่ถึงกลับมาทันก็ไม่ค่อยกล้าอาบ = =” มันเป็นอาบแบบออนเซนครับ (แช่บ่อเดียวกันทุกคน)

ทุกคืนจะพึ่งพิงห้องอาบน้ำแบบหยอดเหรียญครับ ส่วนตอนเช้าไม่อาบนะ 555+ ค่าอาบน้ำคือ 5 นาที 100 เยน เปิดน้ำเท่าไรก็ได้ ถ้าปิดน้ำไปก็ยังนับเวลาอยู่ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าปิดน้ำยังนับเวลา ก็เลยเปิดแค่ตอนใช้แล้วรีบปิด นับเป็นความทรมานสุดยอดในการอาบน้ำเลยครับ T___T ซึ่งจะอาบเพลิน ๆ ก็ไม่ได้เพราะถ้าหมด 5 นาทีมันต้องเติมอีก 100 เยน จนกันพอดี (เพื่อนผมโดนไปเรียบร้อยวันแรก ๆ พอหลัง ๆ นี่โปร)

ทาโกยากิราคาถูก เหมาะกับนักท่องเที่ยวจน ๆ
คืนแรกพอมาถึงโรงแรมก็ต้อง Survey รอบ ๆ ที่พักก่อนครับ (ถึงขาจะแอบล้าก็เถอะ) เจอพวก Supermarket ดัง ๆ เช่น Lawson (คล้าย ๆ 7-11 ในไทยเลยครับ เจอทุกแยก) แล้วก็เจอร้านทาโกยากิที่ @ncpeak บอกว่าถูกมากกกกกกก เลยไปลองชิมมาครับ

582642_10151225686089619_127144372_nร้าน Takoyaki อันนี้ถูกจริงครับ สนนราคา 12 ลูก 300 เยน (ลูกละ 25 เยน) กินกันจนอิ่มแป้งเลยครับ (ไม่อยากเอารูปทาโกะมาลง เดี๋ยวคนอ่านบลอคนี้ตอนกลางดึกจะหิวกันฮะ)

ข้าง ๆ ร้านทาโกะมีห้างที่มีปาจิงโกะอยู่ครับ เพื่อนอยากลองเลยไปจัดสัก 1 เกม ซึ่งก็เล่นไม่เป็นครับ พนักงานเค้าก็มาแนะนำวิธีเล่นให้ โดยเล่น 1 เกมใช้เงิน 1000 เยนเลยทีเดียว (แอบแพง T___T)

ปาจิงโกะเป็นการยิงลูกเหล็กให้ลงรู แล้วเครื่องจะทำการสุ่มการ์ด 3 ใบครับ ถ้าสีเดียวกันรู้สึกมันจะลูกเหล็กเพิ่ม โดยเราเอาลูกเหล็กไปแลกเงินได้ (ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจวิธีเล่น อาจจะมั่ว ๆ ไปบ้างนะครับ 555)

สำหรับข้าวมื้อเย็น (หรือมื้อดึกก็ไม่รู้) ของวันนี้ก็จบที่ร้านข้าวกล่องราคาถูกหน่อยครับ เหมือนจะเป็นแบรนด์เฟรนไชน์ด้วย เพราะตอนไปเกียวโตก็เห็นแบรนด์นี้เหมือนกัน สนนราคาประมาณกล่องละ 500 เยนครับ เป็นข้าวหน้าต่าง ๆ ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าของทอด อะไรพวกนี้

แพลนของวันพรุ่งนี้ คือ ไปซื้อตั๋ว Osaka Unlimited Pass ซึ่งเป็นตั๋วที่ใช้เที่ยวที่สำคัญ ๆ ในโอซาก้าได้ฟรีครับ โดยเหมาจ่ายในราคา 1 วัน 2000 เยน หรือ 2 วัน 2700 เยน ซึ่งพวกผมก็แพลนว่าพรุ่งนี้กับมะรืนจะเที่ยวด้วย Osaka Unlimited Pass ให้เต็มที่ครับ

สำหรับคนที่สนใจตั๋วนี้ ดูรายละเอียดที่นี่เลย: http://www.osaka-info.jp/osp/en/

ตอนต่อไปมาดูกันครับว่าเที่ยวญี่ปุ่นแล้วจะหลงมันส์ขนาดไหน !!


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *